เกาะติดสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า

อู่ฮั่น

 

เกาะติดสถานการณ์ "ไวรัสโคโรน่า ไวรัสอู่ฮั่น"

ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 นับวันยิ่งทวีความรุนแรง โดยในจีนคนป่วยตายทะลุ 106 ศพ ป่วยเพิ่มใกล้แตะครึ่งหมื่นหนำซ้ำพบคนติดเชื้อไวรัสในหลายประเทศ ขณะที่องค์การอนามัยโลกยอมรับประเมินพลาด พร้อมยกระดับความเสี่ยงในจีนอยู่ในระดับ“สูงมาก”
ด้านในไทยพบป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ เพิ่ม 6 รายรวด รวมผู้ป่วยสะสม 14 ราย แต่ทุกรายติดเชื้อมาจากนอกประเทศ ส่วนนายกฯตั้ง “อนุทิน” หัวหน้าทีมสู้ไวรัสร้าย และหลายหน่วยงานออกมาตรการเฝ้าระวัง-คัดกรองเข้มคนจีน รวมถึงให้ทุกเที่ยวบินตรวจตั้งแต่ต้นทาง หากพบป่วยไม่ให้ปล่อยมา
นานาชาติยังคงวิตกกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือไวรัสอู่ฮั่น ที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบรุนแรง ซึ่งมีต้นตอมาจากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ภาคกลางของประเทศจีน โดยพบผู้ป่วยติดเชื้อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ออกเดินทางท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีนปีนี้ ในหลายประเทศทั่วโลก



#ยอดป่วยตายทะลุร้อยศพ

ด้านนายเทดรอส อดานอม เกเบราเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงหลังประชุมฉุกเฉินกับเจ้าหน้าที่จีนในกรุงปักกิ่งเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ว่า มั่นใจในความสามารถของจีนว่าจะควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสอู่ฮั่นได้ และเห็นด้วยกับมาตรการต่างๆของจีนที่ใช้ยับยั้งการแพร่ระบาด แต่ยังไม่สนับสนุนให้อพยพชาวต่างชาติออกจากจีนในขณะนี้ และองค์การอนามัยโลกยังออกแถลงการณ์ยอมรับว่าผิดพลาดที่เคยประเมินความเสี่ยงการระบาดของไวรัสอู่ฮั่นในระดับโลก อยู่ที่ระดับ “ปานกลาง” และได้ประเมินใหม่ว่าความเสี่ยงในจีนอยู่ในระดับ “สูงมาก” ส่วนความเสี่ยงในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกขณะนี้อยู่ในระดับ “สูง” รวมถึงยังไม่มีความชัดเจนว่าไวรัสอู่ฮั่นสามารถติดต่อจากคนสู่คน ในช่วงเวลาฟักตัวของเชื้อจริงหรือไม่ โดยทางการจีนแถลงว่าการติดเชื้อจากคนสู่คนเกิดขึ้นได้ในระยะฟักเชื้อซึ่งอยู่ที่ 1-14 วัน ซึ่งผู้ติดเชื้อยังไม่แสดงอาการป่วย ทำให้ยากที่จะตรวจพบและยับยั้งการแพร่ระบาดได้

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แห่งจีน แถลงหลังพบปะหารือกับนายเทดรอส อดานอม เกเบราเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ในกรุงปักกิ่งเมื่อ 28 ม.ค.ว่า จีนกำลังต่อสู้กับ “ไวรัสปิศาจ” จะไม่ปล่อยให้ปิศาจนี้ซุกซ่อนตัวได้ รัฐบาลจีนมีทัศนคติในการแก้ปัญหานี้อย่างเปิดเผย โปร่งใส เปิดเผยข้อมูลต่อชาวจีนและต่างประเทศอย่างเหมาะสม เพิ่มความร่วมมือกับนานาชาติและยินดีให้ WHOร่วมสู้ไวรัส เชื่อว่า WHO และประชาคมโลกจะประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดอย่างสงบ มีเป้าหมายและเหตุผล และจีนมั่นใจว่าจะเอาชนะไวรัสปิศาจนี้ได้



 

ไวรัส

 

#วอนคนไม่สบายควรอยู่บ้าน

นพ.ธนรักษ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของชุมชน ชาวบ้านหากไม่สบาย หากหยุดพักได้ก็อยากให้หยุดอยู่กับบ้าน ไม่ควรออกไปแพร่โรค เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญในยามที่เรากำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เราไม่อยากเผชิญ ทั้งหมดนี้เป็นการเตรียมการไปข้างหน้า ไม่ใช่ว่านิ่งไม่ทำอะไร ที่ผ่านมาต้องบอกว่าเราทำเรื่องนี้ได้เร็ว และทำได้ดีด้วย แต่ถ้าเราไปถึงจุดที่มีการระบาดขึ้นในประเทศ เรายังต้องการความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ถ้าผู้ป่วยยังออกมาเดินเพ่นพ่าน ไอจามใส่คนอื่นแทนที่เราจะมีผู้ป่วยแค่หลักหมื่น ก็อาจจะกลายเป็นหลักแสน แต่ถ้าทุกคนช่วยกันแทนที่เราจะมีผู้ป่วยหลักแสนเราก็อาจจะมีผู้ป่วยแค่หลักหมื่น ดังนั้นการปฏิบัติตัวไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันไม่ว่าการแพร่ระบาดระดับไหน เรายังปฏิบัติตามตัวเหมือนเดิมคือ สวมหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ คือวิธีการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเหมาะสม ดีกว่าผ้ายันต์ของอาจารย์ไหนๆ


ไวรัส

#จำให้ขึ้นใจ “กินร้อนช้อนกลางล้างมือ”
ส่วน นพ.โสภณกล่าวย้ำว่า เชื้อโคโรนาไวรัสยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกัน ดังนั้น ต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรงกินร้อนช้อนกลางล้างมือ และยิ่งเป็นนักท่องเที่ยว หากเป็นหวัดต้องไปพบแพทย์ และบุคลากรต้องแต่งตัวให้รัดกุมขณะปฏิบัติหน้าที่ หากไอ จาม ก็หมั่นล้างมือ หลีกเลี่ยงการนำมือไปขยี้ตา ขยี้จมูก ขยี้ปา กซึ่งมีเนื้อเยื่อบุอยู่ อย่างไรก็ตาม จากด่านควบคุมโรค 5 แห่ง ได้คัดกรองผู้ป่วยตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ใน 31 เที่ยวบิน จำนวน 21,522 ราย คัดกรองเพิ่ม กว่างโจ ฉางชุน เพิ่มอีก 29 เที่ยวบิน แต่ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.เป็นต้นไป จะมีการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศจีนทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังจะร่วมมือกับทุกสายการบินที่เข้ามาในไทยให้ตรวจตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องจากต้นทาง หากพบผู้ป่วยก็จะไม่ให้ขึ้นเครื่องบินมา และหากไม่มีความจำเป็นก็ควรหลีกเลี่ยงไปประเทศจีน

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ได้รายงานนายกฯถึงยอดผู้ติดเชื้อไวรัสอู่ฮั่น 6 รายใหม่แล้ว ที่พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมาจากการตรวจที่เข้มข้นขึ้น โดยผู้ป่วยรายใหม่ 6 ราย มีประวัติโยงไปถึงเมืองอู่ฮั่นและอยู่ในคณะทัวร์เดียวกับผู้ป่วยชุดแรก ตอนนี้อยู่ในมือหมอค่อนข้างที่จะปลอดภัย แต่ที่ยิ่งตรวจก็จะยิ่งเจอ เพราะไม่สามารถห้ามผู้ที่ยังไม่แสดงอาการ ไม่ให้เดินทางไปไหนมาไหน และทางการแพทย์ยิ่งพบคนป่วยเท่ากับเป็น การยืนยันประสิทธิภาพในการหาคนป่วยเจอ ส่วนความล้มเหลวจะเกิดขึ้นต่อเมื่อรักษาไม่ได้ ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไม่ได้ แต่ขณะนี้เชื่อมั่นว่ายังไม่รุนแรงเท่าโรคซาร์สและเมอร์ส โดยประเมินว่าการแพร่ระบาดจะกินระยะเวลาประมาณ 6 เดือน และเนื่องจากจีนมีมาตรการควบคุมที่เข้มข้น น่าจะทำให้การควบคุมโรคในไทยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขเอาอยู่ ส่วนเรื่องค่ารักษา หากเรียกเก็บไม่ได้ต้องถือว่าเป็นต้นทุนที่ทำให้คนไข้ไม่แพร่เชื้อในประเทศไทย

#ทหารร่วมเฝ้าระวัง10สนามบิน
ในส่วนการเฝ้าระวังตามด่านเข้าเมือง วันเดียวกัน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก และกรมแพทย์ทหารบกประสานกระทรวงสาธารณสุข บูรณาการร่วมกับ กรมแพทย์ของเหล่าทัพ สนับสนุนตามมาตรการป้อง กันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค และดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด นอกจากนี้กรมแพทย์ทหารบก ได้ส่งทีมชุดคัดกรองเข้าร่วมปฏิบัติงานคัดกรองนักท่องเที่ยว ผู้โดยสารที่เดินทางผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานนานาชาติ 10 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย รพ.พระมงกุฎเกล้า ประจำการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง รพ.ค่ายกาวิละ-ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ รพ.ค่ายเม็งรายมหาราช-ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย รพ.ค่ายเสนาณรงค์-ท่าอากาศยานหาดใหญ่ รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม-ท่าอากาศยานอุดรธานี รพ.ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช-ท่าอากาศยานพิษณุโลก ส่วนกรมแพทย์ทหารอากาศ ประจำท่าอากาศยานสมุย ท่าอากาศยานภูเก็ต และกรมแพทย์ทหารเรือประจำ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา

ไวรัส


#มีผู้ป่วยเฝ้าระวังหลายจังหวัด
ด้านนายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวถึงมาตรการคัดกรองผู้โดยสารว่า นอกจากคัดกรองผู้โดยสารจากเมืองอู่ฮั่นแล้วยังคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเมืองกวางโจว มีสัปดาห์ละ 28 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค.ยังไม่พบผู้โดยสารต้องสงสัยหรือเข้าข่ายติดเชื้อแต่อย่างใด ขณะที่ จ.ลำปาง นพ. ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง กล่าวถึงเรื่องพบผู้ป่วยอยู่ในข่ายเฝ้าระวัง 3 คนพ่อแม่ลูกว่า เป็นนักท่องเที่ยวจากจีน ยืนยันยังเป็นเพียงผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง ขณะที่นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผวจ.ลำพูน ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องแถลงถึงผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อถูกส่งมากักตัวที่ห้องปลอดเชื้อ รพ.ลำพูน ว่า เป็นสาวชาวจีนวัย 30 ปี บินมาจากเมืองอู่ฮั่นมาเที่ยวเชียงใหม่ มีอาการป่วยวันที่ 26 ม.ค.เข้าตรวจรักษาที่ รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ต้องเข้าสู่กระบวนการคัดกรองในห้องปลอดเชื้อ ห้องปลอดเชื้อใน จ.เชียงใหม่มี 8 ห้องแต่เต็ม ส่งมากักตัวดูอาการที่ รพ.ลำพูน ผู้ป่วยไข้ลดลงแล้วแต่ยังต้องเฝ้าดูอาการ ด้าน นพ.อารีย์ เจษฎาญานเมธา ผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.พุทธชินราช จ.พิษณุโลก แถลงถึงผู้ป่วยต้องสงสัยติดเชื้อ 1 รายว่า เป็นนักศึกษาไทยชาว อ.บาง– ระกำ เพศชาย อายุ 24 ปี เดินทางกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น ป่วยเป็นไข้เข้ารับการรักษาเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ผลตรวจสารคัดหลั่งยืนยันไม่พบเชื้อไวรัสอู่ฮั่น และอาการป่วยหายแล้ว อนุญาตให้กลับบ้านได้

แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสอู่ฮั่นจะแพร่กระจายไปหลายประเทศ แต่แอดมินเชื่อว่าระบบสาธารณสุขของไทย รวมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศ จะสามารถจัดการปัญหานี้ให้หมดจากประเทศไทยได้แน่นอนค่ะ
เราแค่ทำตามคำแนะนำการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง งดสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เท่านี้ก็จะช่วยลดการกระจายของไวรัส และทำให้ไม่เกิดผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นแล้วล่ะค่ะ 

credit : https://www.thairath.co.th/news/society/1758746