1 2 3


3วิธีในการลดความเสี่ยงจากการระเบิดของฝุ่น

 

 

#3วิธีในการลดความเสี่ยงจากการระเบิดของฝุ่น

 

ฝุ่น (Dusts) ในโรงงานอุตสาหกรรม สามารถที่จะก่อให้เกิดอันตรายได้หลายระดับ ทำให้เกิดความรำคาญจากอาการคันตามเนื้อตัว หรือบดบังทัศนวิสัยในการปฏิบัติงาน หรือเป็นสาเหตุให้ลื่นล้ม ไปจนถึงอันตรายขั้นรุนแรงจากการระเบิดของฝุ่นติดไฟ
ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้ว เราจะพบว่ามีฝุ่นหลายชนิดที่เป็นผลจากกระบวนการต่าง ๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรมที่ถูกจัดอยู่ในประเภท “ฝุ่นติดไฟได้ (Combustible Dusts)” และสามารถก่อให้เกิดการระเบิดตามมา ถ้าครบองค์ประกอบของสภาวะการระเบิด ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายตามมาอย่างใหญ่หลวง ทั้งสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งโอกาสทางธุรกิจด้วย จากเหตุการณ์ระเบิดของฝุ่นติดไฟที่เกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้งนั้น มักปรากฏว่าผู้ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายที่มีอยู่
ดังนั้นโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงจากการระเบิดของฝุ่นจึงควรที่จะมีการพิจารณาว่าสถานประกอบการของตนเองนั้นเสี่ยงต่ออันตรายประเภทนี้หรือไม่ และถ้ามี ก็ต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสมเพียงพอที่จะป้องกันหรือลดโอกาสความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นที่ว่านี้ เราจึงมาแนะ 3 วิธีวิธีในการลดความเสี่ยงจากการระเบิดของฝุ่น

 

 

1. การเข้าใจเงื่อนไขสำหรับการระเบิดของฝุ่น (Required Conditions for Explosion)

เราสามารถพิจารณาจากองค์ประกอบ 5 ประการ ที่ทำให้เกิดการระเบิดของฝุ่นได้คือ แหล่งจุดติดไฟ (Ignition Source) ได้แก่ พื้นผิวที่ร้อน อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือไฟฟ้าสถิต เชื้อเพลิง (Fuel) คือ ฝุ่นที่สะสมและแพร่กระจาย ตัวให้ออกซิเจน (Oxidizer) คือ ออกซิเจนที่อยู่ในอากาศโดยรอบ การแพร่กระจายของฝุ่น (Dust Dispersion) คือ กลไกที่จะแพร่กระจายฝุ่นที่สะสมอยู่ และสถานที่จำกัด (Confinement) โดยอุปกรณ์ ระบบ หรือตัวอาคาร
ซึ่งถ้าเราแจกแจงลงไปจะพบว่า มีหลายเงื่อนไขที่ต้องบังเกิดเกิดขึ้นพร้อมกันถึงจะทำให้มีการระเบิดของฝุ่นได้คือ ฝุ่นต้องสามารถติดไฟได้ ฝุ่นต้องแขวนลอยอยู่ในอากาศ ความเข้มข้นของฝุ่นต้องอยู่ในช่วงที่สามารถระเบิดได้ (Explosible Range) ฝุ่นต้องมีขนาดของอนุภาคที่ส่งเสริมการแพร่กระจายของเปลวไฟ บรรยากาศของกลุ่มฝุ่นขนาดใหญ่ (Dust Cloud) ต้องสามารถที่จะเอื้ออำนวยต่อการติดไฟได้ และแหล่งจุดติดไฟต้องมีพลังงานเพียงพอที่จะเริ่มการแพร่กระจายของเปลวไฟ ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการประกอบกันขึ้นของเงื่อนไขต่าง ๆ เหล่านี้ จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการระเบิดของฝุ่น

 

 

2. การประเมินโอกาสในการระเบิดของฝุ่นในพื้นที่งาน (Workplace Dust Explosion Assessment)

ดำเนินการตรวจสอบเพื่อชี้บ่งปัจจัยต่าง ๆ ที่มีศักยภาพในการเอื้ออำนวยต่อการระเบิดของฝุ่น เช่น วัสดุ (Materials) ต่าง ๆ ที่ใช้ดำเนินการที่สามารถจะติดไฟได้เมื่อผ่านกระบวนการแบ่งย่อยให้มีขนาดเล็กละเอียดมาก ๆ กระบวนการต่าง ๆ ที่ใช้หรือผลิตฝุ่นที่ติดไฟได้ ซึ่งรวมถึงผลพลอยได้ (By-products) ด้วย
บริเวณที่ซึ่งอาจมีการสะสมของฝุ่นติดไฟทั้งในส่วนของพื้นที่เปิด เช่น พื้นหรือผนังห้อง และพื้นที่อับต่าง ๆ เช่น คานหรือเพดานของอาคาร บริเวณรอบ ๆ หรือภายในท่อของระบบกำจัดฝุ่น ตรวจสอบเครื่องมือหรือกลไกต่าง ๆ ที่อาจทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปในอากาศ และแหล่งจุดติดไฟที่มีศักยภาพ เช่น งานที่ก่อให้เกิดประกายไฟหรือความร้อน (งานเชื่อม การตัด การขัด) หรือแหล่งไฟฟ้าสถิตย์

 

 

3. การประเมินความสามารถในการเผาไหม้หรือติดไฟของฝุ่น (Dust Combustibility Assessment)

ซึ่งแหล่งข้อมูลขั้นต้นที่อาจใช้ประโยชน์ได้คือ เอกสารข้อมูลความปลอดภัยวัสดุ (Material Safety Data Sheet: MSDS) และข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ผลการทดสอบจากผู้ผลิตสารเคมี ก็อาจจำเป็นต้องใช้ ทั้งนี้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับไฟและการระเบิด ไฟฟ้าสถิต และการไม่เสถียรของอุณหภูมิ ควรที่จะถูกระบุไว้ในเอกสารข้อมูลความปลอดภัยด้วย เพื่อที่จะเป็นการสร้างความเข้าใจและสามารถควบคุมอันตรายที่เชื่อมโยงกับฝุ่นที่ติดไฟได้อย่างเพียงพอ

ส่วนตัวแปรอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการระเบิดของฝุ่นจะรวมไปถึง ปริมาณความชุ่มชื้น (Moisture Content) ความชื้นในบรรยากาศโดยรอบ (Ambient Humidity) ออกซิเจนที่ส่งเสริมการเผาไหม้ รูปร่างของอนุภาคฝุ่น และความเข้มข้นของฝุ่นในอากาศ รวมถึงการที่ตัวแปรต่าง ๆ เหล่านี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้อีกในช่วงของการผลิต ซึ่งปัญหาของเรื่องฝุ่น หรือการบำบัดมลภาวะทางอากาศเหล่านี้ ทาง ทีเอ็น กรุ๊ป เราเป็นผู้เชี่ยวชาญและจัดจำหน่ายสินค้า บำบัดมลภาวะทางอากาศในภาคอุตสาหกรรม

 

 

credit : http://www.tngroup.co.th/media/article_detail/154